แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชื่อผู้เล่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชื่อผู้เล่น แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ประวัติสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริก

สโมสรฟุต

บอล เรอัล

 มาดริก

 
 
 
เรอัลมาดริด
Real madrid logo.gif
ชื่อเต็ม Real Madrid Club de Fútbol
ฉายา ราชันชุดขาว (Los Blancos)
โลสเมเรงเกส (ขนมเมอแรงก์)[1]
ก่อตั้ง 6 มีนาคม ค.ศ. 1902
(ในชื่อ Sociedad Madrid FC)[2]
สนามกีฬา สนามซานเตียโก เบร์นาเบว
มาดริด
(ความจุ: 80,400 ที่นั่ง[3])
ประธาน Flag of สเปน โฟลเรนตีโน เปเรซ
Head Coach Flag of โปรตุเกส โชเซ มูรีนโย
ลีก ลาลีกา
ลาลีกา 2009-10 ลาลีกา, ที่ 2

 

ชุดการแข่งขัน

สีชุดทีมเยือน








                                                                     ชุดการแข่งขัน


สีชุดทีมเหย้า


































สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด (สเปน: Real Madrid Club de Fútbol) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เรอัลมาดริด, ราชันชุดขาว หรือ รีลมาดริด เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสเปน ตั้งอยู่ที่กรุงมาดริดเมืองหลวงของประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1902 เล่นในลาลีกา และเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลศตวรรษที่ 20 โดยสามารถคว้าแชมป์ลาลีกาได้ทั้งสิ้น 31 สมัย ถ้วยโกปาเดลเรย์ 17 ครั้ง และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 9 สมัยซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรายการ นอกจากนั้น เรอัลมาดริดยังได้เป็นสมาชิกของกลุ่มจี-14 ซึ่งเป็นกลุ่มของสโมสรฟุตบอลชั้นนำของยุโรปอีกด้วย[4]
สนามเหย้าของสโมสรคือสนามซานเตียโก เบร์นาเบวอันมีชื่อเสียงแห่งกรุงมาดริด เรอัลมาดริดเป็นสโมสรที่มีหุ้นส่วน (socios) เป็นเจ้าของและเป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1902 ซึ่งแตกต่างกับสโมสรส่วนใหญ่ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 2000 ฟีฟ่าได้จัดว่าเรอัลมาดริดเป็นสโมสรที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20[5]
ราชันชุดขาวนั้นเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์รายการแข่งขันของยูฟ่าด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 9 สมัยและยูฟ่าคัพ 2 สมัย ซึ่งมากกว่าสโมสรอื่น ๆ ทุกสโมสร [6] มีเพียงโทรฟียุโรปเดียวที่เรอัลมาดริดยังไม่เคยได้ นั่นคือ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ ซึ่งพวกเขามีสิทธิ์เล่น 2 ครั้งแต่ก็พ่ายไปทั้งสองนัดโดยครั้งแรกแพ้ให้กับเชลซี 2-1 ในปี ค.ศ. 1971 และเสมอ 1-1 ในนัดแรกก่อนที่จะแพ้ 1-0 ในนัดที่สองให้กับอาเบอร์ดีนด้วยประตูรวม 2-1 ในปี ค.ศ. 1983
เรอัลมาดริดยังเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดในโลกจากกรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี ค.ศ. 2007[7] และยังเป็นสโมสรที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกอีกด้วย[8]
เรอัลมาดริดเคยเดินทางมาเตะกับทีมชาติไทยในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ผลการแข่งขันเรอัลมาดริดชนะไป 2-1 ประตู

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

Note: ธงชาติที่ปรากฎบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่า ตามความเหมาะสม เพราะบางผู้เล่นอาจถือสองสัญชาติ
หมายเลข
ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 Flag of สเปน GK อีเกร์ กาซียัส
2 Flag of โปรตุเกส DF ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่
3 Flag of โปรตุเกส DF เปเป
4 Flag of สเปน DF เซร์คีโอ ราโมส
5 Flag of อาร์เจนตินา MF เฟร์นันโด กาโก
6 Flag of โตโก FW เอ็มมานูเอล อาเดบายอร์ (ยืมตัวจาก แมนเชสเตอร์ซิตี)
7 Flag of โปรตุเกส FW คริสเตียโน โรนัลโด
8 Flag of บราซิล MF กาก้า
9 Flag of ฝรั่งเศส FW คาริม เบนเซมา
10 Flag of ฝรั่งเศส MF ลาซานา ดียารา
11 Flag of สเปน MF เอสเตบัน กราเนโร่
12 Flag of บราซิล DF มาร์เซลู วีเอรา

หมายเลข
ตำแหน่ง ผู้เล่น
13 Flag of สเปน GK อันโตเนียว อาดัน
14 Flag of สเปน MF ชาบี อาลอนโซ
16 Flag of สเปน MF เซร์คีโอ คานาเลส
17 Flag of สเปน DF อัลบาโร่ อาร์เบลัว
18 Flag of สเปน DF ราอุล อัลบีออล
19 Flag of อาร์เจนตินา DF เอเซเกียล กาไรย์
20 Flag of อาร์เจนตินา FW กอนซาโล อีกวาอิน
21 Flag of สเปน MF เปโดร เลออน
22 Flag of อาร์เจนตินา MF อังเคล ดิ มาเรีย
23 Flag of เยอรมนี MF เมซุท เอิทซิล
24 Flag of เยอรมนี MF ซามี่ เคดิร่า
25 Flag of โปแลนด์ GK เจอร์ซี่ ดูเดก

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ประวัติอาเจนตินา

ข้อมูลทีม

รายละเอียดทีม
ผู้จัดการทีมดีเอโก้ มาราโดน่า

ประวัติผู้จัดการทีมเกิด 30 ตุลาคม 1960 
   เคยพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลกแบบ “ข้ามาคนเดียว” มาแล้วในปี 1986 และยังมีวีรกรรมชนิดที่ต้องจารึกลงในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอีกมากมาย แต่กับประสบการณ์การ
เป็นกุนซือแล้ว คงต้องบอกว่ามันเป็นคนละเรื่องกัน!
    เขาเคยลองคุมทีมในฐานะโค้ชมาบ้างกับทีมอย่าง คอร์ริเอนเตส หรือ ราซิ่ง คลับ ในช่วงยุค 90 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนได้รับแต่งตั้งแบบช็อกโลกให้มาคุมทีม “ฟ้า-
ขาว” ต่อจาก อัลฟิโอ บาซิเล่ เมื่อเดือน ต.ค. 2008 อาร์เจนตินาต้องกระเสือกกระสนอย่างมากในรอบคัดเลือก ต้องลุ้นกันถึงนัดสุดท้าย กว่าที่จะได้มายังแอฟริกาใต้ แต่ตอนนี้ เขาพร้อมที่
จะลืมความยากลำบากไว้เบื้องหลัง และจะพยายามสร้างประวัติศาสตร์เป็นอีกคน ที่คว้าแชมป์โลกทั้งในฐานะนักเตะและกุนซือให้ได้


ข้อมูลทีม
สองเทพบรรจบ = แชมป์โลก ?
      ทัพฟ้า-ขาว พรั่งพร้อมไปด้วยผู้เล่นชั้นยอดในทุกสมัยของการเข้าชิงชัยตำแหน่งแชมป์โลกเสมอ ครั้งนี้ก็ไม่แตกต่างกัน พวกเขายังอุดมไปด้วยสตาร์ดังอัดแน่นล้นทีม
       แม้จะผ่านรอบคัดเลือกของโซนอเมริกาใต้ ได้แบบกระท่อนกระแท่นเต็มที โดยได้เพียงอันดับ 4 แต่มันก็เป็นการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 15 ของ ''อัลบิเซเลสเต้'' แล้ว มีเพียงปี 1970 เท่านั้นที่อาร์เจนตินา ไม่ผ่านการคัดเลือกเข้ามา
        ถามว่า ผ่านมาแบบสะบักสะบอม แล้วพวกเขามีลุ้นแค่ไหน คงต้องตอบว่ามีไม่น้อยกว่าชาติหัวแถวอย่าง สเปน, บราซิล, อิตาลี, เยอรมัน หรือ อังกฤษ แน่นอน
 การที่มีทรัพยากรผู้เล่นให้เลือกใช้งานมากมาย นั่นถือเป็นข้อได้เปรียบประการหนึ่ง ทว่าการได้ ลิโอเนล เมสซี่ ผู้เล่นอันดับหนึ่งของโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน ประดับอยู่ในทีม ยิ่งเป็นการเสริมให้ฟ้า-ขาว ราวกับพยัคฆ์ติดปีก
         กระนั้นก็ดี ดีเอโก้ มาราโดน่า เทพเจ้าลูกหนังของชาวอาร์เจนไตน์ ผู้จำแลงมารับบทโค้ชใหญ่ของอาร์เจนตินา ชุดลุยเวิลด์ คัพ 2010 ยังถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีฝีไม้ลายมือเพียงพอจะพาทีมขึ้นสู่จุดสุดยอดเหรอ..
         ทั้งนี้เพราะเขาเหมือนเทรนเนอร์ไร้ประสบการณ์ลองผิดลองถูกอยู่ตลอดเวลาจนเรียกผู้เล่นมารับใช้ชาติไปกว่าร้อยคนแล้วในช่วงเวลาแค่ปีครึ่งที่เจ้าตัวเข้ามารั้งบังเหียน
 ไม่เพียงเท่านั้นการประกาศรายชื่อผู้เล่น 30 คนชุดแรกที่จะใช้ในศึกฟุตบอลโลก ออกมา ดูขัดใจใครหลายคนซึ่งบ่นพึมว่าทำไมผู้เล่นชั้นเยี่ยมอย่าง ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ, เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, เฟอร์นานโด กาโก้, ลูโช่ กอนซาเลซ, ลิซานโดร โลเปซ ถึงไม่ถูกเรียกติด แต่กลับปรากฏชื่อของ อาเรียล การ์เซ่, ฮวน อินซาอูร์รัลเด้, เซบาสเตียน บลังโก้ และ ฮวน เมอร์เซียร์ เหล่าผู้เล่นโนเนมทั้งหลายเข้ามาแทน
 ความคิดของ มาราโดน่า ไม่มีใครเข้าใจได้ เชื่อว่าแฟนบอลอาร์เจนไตน์ เองก็ยังคลางแคลงใจอยู่ไม่น้อย แต่เอาเถอะจะแชมป์หรือช้ำ เสือเตี้ย ยินดีรับผลของการตัดสินใจในครั้งนี้อยู่แล้ว
 ถึงตรงนี้ต้องรอดูว่าการได้ เมสซี่ ดาวเด่นของบาร์เซโลน่า อยู่ในทีมผสมผสานกับ มาราโดน่า ศรัทธาของชาวอาร์เจนไตน์ จะช่วยให้ทีมเถลิงแชมป์โลกได้มั้ย..





ผู้เล่น

หมายเลขชื่อสโมสรตำแหน่ง
1ดีเอโก้ โปโซ่  โคลอนผู้รักษาประตู
2มาร์ติน เดมิเคลิส บาเยิร์น มิวนิคกองหลัง 
3เคลเมนเต้ โรดริเกซ เอสตูเดียนเตสกองหลัง 
4กองหลัง นิโกลัส บูร์ดิสโซ่โรม่ากองหลัง 
5มาริโอ โบลัตติฟิออเรนติน่ากองกลาง 
6กาเบรียล ไอน์เซ่ มาร์กเซยกองหลัง 
7อังเคล ดิ มาเรียเบนฟิก้า กองกลาง 
8ฮวน เซบาสเตียน เวรอนเอสตูเดียนเตสกองกลาง 
9กอนซาโล่ อิกวาอิน เรอัล มาดริดกองหน้า 
10 ลิโอเนล เมสซี่บาร์เซโลน่ากองหน้า 
11คาร์ลอส เตเวซแมนเชสเตอร์ ซิตี้กองหน้า 
12อาเรียล การ์เซ่ โคลอนกองหลัง 
13วอลเตอร์ ซามูเอล อินเตอร์ มิลานกองหลัง 
14ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ลิเวอร์พูลกองกลาง 
15นิโกลัส โอตาเมนดี้เบเลซ ซาร์สฟิลด์กองหลัง 
16เซร์คิโอ ''กุน'' อเกวโร่แอตเลติโก มาดริดกองหน้า 
17โฮนาส กูเตียร์เรซนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กองกลาง 
18มาร์ติน ปาแลร์โม่ โบคา จูเนียร์สกองหน้า 
19ดีเอโก้ มิลิโต้อินเตอร์ มิลานกองหน้า 
20มักซี่ โรดริเกซลิเวอร์พูลกองกลาง 
21มาเรียโน่ อันดูฮาร์คาตาเนีย ผู้รักษาประตู 
22เซร์คิโอ โรเมโร่อาแซ่ด อัลค์มาร์ผู้รักษาประตู 
23ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ปาแลร์โม่กองกลาง 





สตาร์ประจำทีม
- เลโอเนล เมสซี่ - การ์ลอส เตเบซ - ฮาเวียร์ มาสเชราโน่



 


ผลงานรอบคัดเลือก13-10-07 เหย้า   ชิลี  2-0  
17-10-07 เหย้า   เวเนซุเอลา  2-0  
17-11-07 เหย้า   โบลิเวีย  3-0  
21-11-07 เหย้า   โคลอมเบีย  1-2 
15-06-08 เหย้า   เอกวาดอร์  1-1  
19-06-08 เหย้า   บราซิล  0-0  
06-09-08 เหย้า   ปารากวัย  1-1  
11-09-08 เหย้า   เปรู  1-1  
11-10-08 เหย้า   อุรุกวัย  2-1  
16-10-08 เหย้า   ชิลี  0-1 
28-03-09 เหย้า   เวเนซุเอลา  4-0  
01-04-09 เหย้า   โบลิเวีย  1-6  
06-06-09 เหย้า   โคลอมเบีย  1-0  
10-06-09 เหย้า   เอกวาดอร์  0-2  
06-09-09 เหย้า   บราซิล  1-3  
10-09-09 เหย้า   ปารากวัย  0-1  
11-10-09 เหย้า   เปรู  2-1  
15-10-09 เหย้า   อุรุกวัย  1-0 

 Argentina's road to South Africa


อ้างอิง:http://worldcup.tlcthai.com/544/%e0



โปรไฟล์ ทีมชาติอาร์เจนติน่า : ฟุตบอลโลก 2010ถึงจะเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะผ่านรอบคัดเลือกมาได้ “ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่า ยังคงวาดหวังสวยหรูว่าจะคว้าแชมป์โลกสมัยแรกในรอบ 24 ปีมาครอง
เพื่อไปให้ถึงฝั่งฝัน แชมป์โลกสองสมัย (1978 และ 1986) มอบศรัทธาให้ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า นักเตะฟ้าประทาน และแข้งที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอาร์เจนติน่า ผู้อยู่เบื้องหลังการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ของทีมด้วย
ภารกิจใหญ่ของ “เสือเตี้ย” ดูจะง่ายขึ้น เมื่อมองว่าทีมฟ้าขาวมีแข้งระดับเทพให้เลือกใช้มากมาย และหลายคนคือผู้เล่นตัวเก๋าจากชุดฟุตบอลโลก 2006 ที่เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ นอกจากนั้นยังมีลิโอเนล เมสซี่ และแข้งดาวรุ่งพุ่งแรงอีกเป็นกระบุง มีแชมป์ระดับเยาวชนมากมายหลายรายการเป็นเครื่องการันตี
แต่ถึงจะมีนักเตะชั้นนำของโลกมากมาย อาร์เจนติน่ากลับไม่ประสบความสำเร็จในระดับอินเตอร์ระยะหลัง ครั้งสุดท้ายที่ได้แชมป์ก็คือโคปา อเมริกา 1993
เส้นทางสู่แอฟริกาใต้ ทีมชาติอาร์เจนติน่า : ฟุตบอลโลก 2010
ขุนพลอาร์เจนติเนี่ยน ลำบากสุดๆ ในรอบคัดเลือกรอบสุดท้าย เหมือนที่เป็นในปี 1985 ก่อนจะเดินหน้าคว้าแชมป์โลกมาครองได้ในปี 1986 ที่เม็กซิโก เป็นเจ้าภาพ แชมป์โลก 2 สมัย เริ่มต้นรอบคัดเลือก 2010 ภายใต้การนำของโค้ชอัลฟิโอ บาซิเล่ ที่ต้องเปิดทางให้มาราโดน่า หลังจากพ่ายชิลี ในเกมนัดที่ 10 ส่งผลให้ทีมหล่นมาอยู่ที่ 3 แม้จะฟอร์มหนืดต่อเนื่อง แต่ชัยชนะแบบหืดจับ 2 นัดสุดท้ายของการเล่นรอบคัดเลือก เหนือเปรู และอุรุกวัย ก็ทำให้อาร์เจนติน่าเข้ารอบสุดท้ายสำเร็จ
ทีมอัลบิเซเลสเต้ ได้ไปทั้งหมด 28 แต้ม นับว่าเป็นคะแนนต่ำสุดของทีมที่ได้ผ่านเข้ารอบ ตั้งแต่มีการปรับมาเล่นในระบบกลุ่มเดียว 10 ทีม สถิติของอาร์เจนติน่าอยู่ที่ ชนะ 8 เสมอ 4 และแพ้ 6 ในจำนวนนี้ 3 นัดเป็นการแพ้ที่เจ็บปวดสุดๆ หลังจากที่แพ้ชิลี และเป็นการแพ้นัดแรกของการเล่นรอบคัดเลือก อาร์เจนติน่า โดนโบลิเวียถล่ม 6-1 ก่อนจะมาพ่ายบราซิลคาบ้าน
โชคดีที่อาร์เจนติน่า หาทางกลับได้ทันช่วงท้ายของการเล่นรอบคัดเลือก และเป็นมาร์ติน ปาแลร์โม่ ที่ยิงประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บให้ทีมชนะเปรู ก่อนที่ทีมจะบุกไปชนะอุรุกวัยที่มอนเตวิเดโอ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จ
ดาวเด่น ทีมชาติอาร์เจนติน่า : ฟุตบอลโลก 2010ความหวังแทบทั้งหมดของอาร์เจนติน่าอยู่ที่ ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะที่ได้รับการยกย่องว่าเก่งที่สุดในโลกตอนนี้ คำชมดังกล่าวนี้เป็นผลมาจากฟอร์มสุดอลังการในชุดบาร์เซโลน่า แต่กับชุดฟ้าขาวของอาร์เจนติน่า ยังไม่เปรี้ยงปร้าง และ “เจ้าหมัดหนู” หวังว่าจะโชว์ฟอร์มไถ่โทษให้ตัวเองได้ในแอฟริกาใต้
นักเตะที่จะทำหน้าที่ปกป้องประตู ยามเมสซี่ตลุยไปข้างหน้าก็คือ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ กัปตันทีม และ ฮวน เวรอน กองกลางตัวเก๋า ที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง หลังจากที่โดนวิจารณ์หนักตอนอาร์เจนติน่าร่วงตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2002
โค้ช ทีมชาติอาร์เจนติน่า : ฟุตบอลโลก 2010
ดีเอโก้ มาราโดน่า ที่หลายคนยกให้เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก มีโอกาสคว้าแชมป์โลกอีกครั้งในฐานะโค้ช หลังทำสำเร็จมาแล้วตอนเป็นผู้เล่น ด้วยเหตุที่ได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษของประเทศ มาราโดน่าจึงมีบารมี และเป็นที่นับถือของลูกทีม
ก่อนจะคุมทีมชาติ มาราโดน่า เคยเป็นโค้ชช่วงสั้นๆ ที่มานดิยู ปี 1994 และราซิ่ง คลับ ปีต่อมา จากนั้นกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งให้โบคา จูเนียร์ส หลังหันหลังให้ฟุตบอล 9 ปี มาราโดน่ากลับมาคุมทีมชาติอาร์เจนติน่า ทำหน้าที่แทนบาซิเล่ ช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบสุดท้าย
ฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ทีมชาติอาร์เจนติน่า : ฟุตบอลโลก 2010อาร์เจนติน่า เข้าชิงฟุตบอลโลก 4 ครั้ง ชนะเนเธอร์แลนด์ปี 1978 ชนะเยอรมันปี 1986 แพ้อุรุกวัยปี 1930 และแพ้เยอรมันปี 1990
ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้เป็นสมัยที่ 20 และฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้เป็นการเล่นฟุตบอลโลกครั้งที่ 10 ติดต่อกัน
วาทะเด็ด ทีมชาติอาร์เจนติน่า : ฟุตบอลโลก 2010
“ผมจะบอกนักเตะว่า 30 วันของการเสียสละเพื่อโอกาสคว้าแชมป์โลก ไม่ได้มีกันทุกคน ความสำเร็จระดับนี้เหมือนได้สัมผัสแผ่นฟ้า ผมเคยเล่นฟุตบอลโลกมาหลายครั้ง เข้าชิง 2 หน รู้ดีว่าทีมต้องการอะไร จะนำทีมไปทางไหน จะดูแลนักเตะอย่างไร” โค้ชดีเอโก้ มาราโดน่ากล่าว

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

ประวัติสโมสรเวสต์แฮม

สโมสรฟุตบอลเวสต์แฮมยูไนเต็ด


The Hammers



   อ้างอิง:   http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/7/77/West_Ham_United_FC_Crest.gif  







































West Ham United Football Club
สโมสรฟุตบอลเวสต์แฮมยูไนเต็ด ตั้งอยู่ ณ เวสต์แฮม ซึ่งอยู่ทางตะวันตกสุดของทิศตะวันออกของกรุงลอนดอน
จัดเป็นสโมสรขนาดเล็ก ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1895 โดยคนงานในโรงงานถลุงเหล็ก จึงเป็นที่มาของฉายา The Irons หรือ The Hammers (ขุนค้อน-ในภาษาไทย) มีสีประจำคือ สีฟ้า-แดงเลือดหมู ได้รับการยกย่องว่าเป็น สถาบันฟุตบอล (The Academy of Football) เพราะเป็นทีมขนาดเล็กที่ปั้นนักฟุตบอลที่ต่อมามีชื่อเสียงและประสบความ สำเร็จกับสโมสรใหญ่ ๆ หลายคน ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เช่น บ๊อบบี้ มัวร์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ไมเคิล คาร์ริก, โจ โคล, แฟรงค์ แลมพาร์ด, เจอร์เมน เดโฟ เป็นต้นและยังมีนักเตะชื่อดังเข้ามาเล่นให้ทีมเช่น จิแลร์โม่ ฟรังโก้ ,ดิเอโก้ ตริสตัน,เปาโล ดิ คานิโอ,คาร์ลอส เตเวซ,ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ,อเลาโญ่ อิลาน,ดาวอร์ ซูเคอร์ เป็นต้น ในประวัติศาสตร์ผู้จัดการทีมจะเป็นชาวสหราชอาณาจักรยกเว้นมีเพียงคนเดียวที่ เป็นต่างชาติคือ จานฟรังโก้ โซล่า ที่เป็นอิตาลี เวสต์แฮมเคยเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาล2005-2006แต่ก็ได้เพียงรองแชมป์ แต่ในฤดูกาล2006-2007เวสแฮมต์ฟอร์มตกอย่างหนักทำให้อลัน พาร์ดิวถูกไล่ออกและเป็นอลัน เคอร์บิชลี่ย์ เข้ามาคุมแทนทำให้เวสแฮมต์ชนะ7จาก9นัดหลังสุด ซึ่งเป็นการชนะอาร์เซนอล1-0และชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในนัดสุดท้าย1-0จากประตูชัยของคาร์ลอส เตเวซ ทำให้จบฤดูกาลด้วยอันดับ 15


 ผลงานในฤดูกาล2008-2009

ในฤดูกาล2008-2009เคอร์บิชลี่ย์ได้ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากสโมสรขายแอ นทอน เฟอร์ดินานและจอร์จ แม็คคาร์ทนี่ย์ สองกองหลังไปให้ซันเดอร์แลนด์โดยไม่ผ่านการตัดสินใจของเคอร์บิชลี่ย์และมี การแต่งตั้งจานฟรังโก้ โซล่า เข้ามาคุมทีมโดยประเดิมการคุมทีมนัดแรกด้วยการชนะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-1ก่อนที่จะฟอร์มตกลงจนรูดลงไปอยู่ท้ายตารางก่อนที่ฟอร์มจะดีขึ้นจนขึ้นมา อยู่กลางตารางรวมถึงการคว้านักเตะเสริมทัพที่ได้นักเตะอย่าง ดิเอโก้ ตริสตัน,ราโดสลาฟ โควัช ซึ่งทำให้เวสแฮมต์จบฤดูกาลด้วยอันดับ 9

[แก้] ผลงานในฤดูกาล2009-2010

ในฤดูกาลนี้เวสแฮมต์ได้การซื้อนักเตะหลายคนเช่น จิแลร์โม่ ฟรังโก้,มานูเอล ดาคอสต้า,เบนนี่ แม็คคาร์ธี่,อเลาโญ่ อิลานและยืมตัวนักเตะอย่าง หลุยส์ ฆิมิเนซ,มิโด้ เวสแฮมต์ประเดิมสนามนัดแรกชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน2-0 ก่อนที่ฟอร์มจะตกลงเลื่อยๆจนไปอยู่ท้ายตารางก่อนจะรอดตกชั้นอย่างหวุดหวิด ด้วยอันดับ17 ทำให้จานฟรังโก้ โซล่า ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

Note: ธงชาติที่ปรากฎบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่า ตามความเหมาะสม เพราะบางผู้เล่นอาจถือสองสัญชาติ
หมายเลข
ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 Flag of อังกฤษ GK โรเบิร์ต กรีน
2 Flag of นิวซีแลนด์ DF วินสตัน รีด
3 Flag of อิสราเอล DF ทาล เบน ฮาอิม (ยืมตัวมาจากพอร์ทสมัท)
4 Flag of เวลส์ DF แดนนี แกบบิดอน
5 Flag of อังกฤษ DF เจมส์ ทอมคินส์
7 Flag of อังกฤษ MF คีรอน ดายเออร์
8 Flag of อังกฤษ MF สกอต ปาร์คเกอร์ (กัปตันทีม)
9 Flag of อังกฤษ FW คาร์ลตัน โคล
10 Flag of เวลส์ MF แจ็ค โคลลิสัน
11 Flag of เยอรมนี MF Thomas Hitzlsperger
12 Flag of เม็กซิโก MF Pablo Barrera
13 Flag of โปรตุเกส MF Luís Boa Morte
14 Flag of the Czech Republic MF Radoslav Kováč
15 Flag of อังกฤษ DF แมตทิว อัปสัน
16 Flag of อังกฤษ MF มาร์ค โนเบิล
17 Flag of แอฟริกาใต้ FW Benni McCarthy
18 Flag of the United States MF โจนาธาน สเปกเตอร์
19 Flag of อังกฤษ FW Freddie Sears
20 Flag of ฝรั่งเศส MF Julien Faubert
21 Flag of สวิตเซอร์แลนด์ MF วาลอน เบห์รามี
22 Flag of โปรตุเกส DF Manuel da Costa
23 Flag of the Democratic Republic of the Congo DF Hérita Ilunga
24 Flag of อังกฤษ FW Frank Nouble
25 Flag of อังกฤษ MF Junior Stanislas
26 Flag of อังกฤษ FW ซาวอน ไฮนส์
27 Flag of อังกฤษ DF จอร์แดน สเปนซ์
28 Flag of ฮังการี GK ปีเตอร์ คูรุซ
29 Flag of the Czech Republic GK มาเร็ก สเตช
30 Flag of ฝรั่งเศส FW Frédéric Piquionne
31 Flag of เบลเยียม GK Ruud Boffin
33 Flag of ไนจีเรีย FW Victor Obinna (ยืมตัวมาจากอินเตอร์)
34 Flag of อังกฤษ MF โอลิเวอร์ ลี
36 Flag of อังกฤษ MF Anthony Edgar
37 Flag of เดนมาร์ก DF Lars Jacobsen
44 Flag of อังกฤษ DF จอร์แดน บราวน์