วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ประวัติศาสตร์บาเซโลน่า















รวน แก้ไปแก้มา ลบไปลบมาหายไปทั้งเอ็นทรี่ ไหนๆเขียนไว้แล้วขอเอามาลงสรุปยอดรวมนัดล่าสุดเลยละกัน ในอดีตคู่นี้เคยพบกันในเวทียุโรปมาทั้งหมด 9 ครั้ง ผลการแข่งขันค่อนข้างสูสี ปีศาจแดงมีผลการแข่่งขันที่ดีกว่า 1 นัดจากการชนะในแชมป์เปี้ยนลีกเมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งนัดชิงขนะเลิศนัดเดียวในยุโรปที่เจอกันมาก่อนหน้าก็เป็นฝั่งผีที่ ฉลองชัย การเจอกันของทั้ง 2 ทีมยังเป็นที่ชุมนุมยอดฝีมือของโลกอย่าง ดีโก้ มาราโดน่า, โรมาริโอ, ริวัลโด้, มาร์ค ฮิวจ์, ไบรอัน ร็อบสัน, ลีโอเนล เมสซี่ หรือคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรามาดูกันดีกว่าว่าในอดีตคู่นี้ขับเคี่ยวกันมามากน้อยแค่ไหน



ตำนานการเจอกันของ

บาร์เซโลน่า
แมนฯยู

ปีศาจแดงพลิกเข้ารอบในคัพวินเนอร์คัพปี 1984


การ พบกันในนัดแรกต้องย้อนไปที่ปี 1984 รอบควอเตอร์ไฟน่อลของรายการยุโรปที่ถูกยกเลิกการแข่งขันไปแล้ว นั่นก็คือ คัพวินเนอร์คัพ รายการที่นำแชมป์เอฟเอคัพของประเทศในยุโรปมาแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งของเจ้า เอฟเอคัพของยุโรป ปีศาจแดงในครั้งนั้นยังนำทีมโดย รอน แอ็ตกินสัน ไม่ใช่ป็นเฟอร์กี้ ในขณะที่บาร์เซโลน่านำทัมโดยยอดโค้ชชาวอาร์เจนติน่า ซีซ่า หลุยส์ เมน็อตติ ผู้เคยพาอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์โลกในปี 1978 และลูกทีมบาร์เซโลน่าก็คือนักเตะหมายเลขหนึ่งของโลกในเวลาต่อมา ดีโก้ มาราโดน่า และยอดนักเตะขบถจากเยอรมัน เบิร์น ชูสเตอร์ การแข่งขันนัดแรกมีขึ้นที่คัมพ์ นู เป็นเจ้าถิ่นถือความเปรียบก่อนเมื่อชนะ 2-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของแกรมม์ ฮอกก์และวอลเล่ย์สุดสวยของฮวน คาร์ลอส โรโญ่ แต่พอมาในนัดที่สองที่โอลด์ แทร์ฟฟอร์ด เป็น กัปตันใจสิงห์ ไบรอั้น ร็อบสัน ที่พาปีศาจแดงกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อทำสองประตูตีเสมอให้แมนฯยูก่อนเป็นแฟรงค์ สเตเปิลตั้นที่จะยิงประตูชัยในชัยชนะอย่างเหลือเชื่อ 3-0 ให้ปีศาจแดงเข้ารอบในประตูรวม 3-2 ผ่านเข้าไปเจอ ยูเวนตัสของเปาโล รอสซี่ ส่วนบาร์เซโลน่าหลังจากนั้นดีโก้ มาราโดน่าก็ออกจากทีมไปสร้างตำนานเทพเจ้าแห่งนาโปลีที่กัลโช่ซีรี่ย์เอ

การ เจอกันนัดถัดมาของปีศาจแดงกับเจ้าบุญทุ่มแห่งสเปน บาร์เซโลน่า ยังเป็นปีศาจแดงที่เปล่งประกายเหนือบาร์ซ่าอีกหน และครั้งนี้เป็นการชิงชนะเลิศหนแรกและหนเดียว(ก่อนจะมาเจอกันใน บน เวทียุโรปในรายการเดิมคือคัพวินเนอร์คัพ ปีศาจแดงปราบลีเซีย วอร์ซอ จากโปแลนด์ในรอบรองชนะเลิศ ในขณะที่บาร์ซ่าสยบยอดทีมจากอิตาลี ยูเวนตัส แต่โชคร้ายที่บาร์ซ่าจะขาดยอดดาวยิงเพราะเจ็บอย่าง อริสโต้ สตอยคอร์ฟ ศูนย์หน้าจากบัลกาเรีย ที่อีก 3 ปีถัดจากนี้ (1994)จะพาทีมบัลการเรียได้ที่ 4 ฟุตบอลโลก 1994 และเป็นดาวยิงสูงสุดในทัวร์นาเม้นท์นั้น แต่บาร์ซ่ายังมียอดนักเตะอย่างไมเคิล เลาดรูป และโรนัลด์ คูมัน ภายใต้การนำทีมของ โยฮัน ครัฟฟ์ ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดภายใต้การคุมทีมของป๋าเฟอร์กี้ มีนักเตะที่เพิ่งกลับมาจากการเป็นนักเตะของบาร์ซ่า คือมาร์ค ฮิวจ์, ไบรอั้น ร็อยสันและพอล อิ้นซ์ และก็เป็นฮิวจ์นี่เอง ที่ระบายความแค้นใส่บาร์ซ่าด้วยการทำประตูลูกที่ 2 ให้ปีศาจแดงนำ 2-0 ก่อนที่คูมันจะยิงตีตื้น 1 ลูก ปีศาจแดงชนะบาร์ซ่า 2-1 และเป็นแชมป์ยุโรปครั้งแรกภายใต้การคุมทีมของป๋าเฟอร์กี้





และแล้วก็เป็นการประเดิมพบกันเป็นครั้งแรกในศึกถ้วยใหญ่ของยุโรป ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกในฤดูกาล บาร์ซ่าในฤดูกาลนั้นมีศูนย์แชมป์โลกอย่าง โรมาริโอ และคู่หูนรกแตกอย่างอริสโต้ สตอยคอร์ฟและยังได้จอมทัพอย่าง จอร์จี้ ฮากี้ นักเตะโรมาเนียที่สร้างชื่อในบอลโลก 94 เช่นกัน ว่ากันว่าคู่หูดาวยิงคู่นี้คมที่สุดในพื้นพิภพเวลานั้นบวกจอมปั้นเกมส์อย่าง ฮากี้ทำให้บาร์ซ่าถูกกล่าวขานว่าเป็นดรีมทีม และปีศาจแดงก็โคจรมาเจอดรีมทีมในรอบแบ่งกลุ่ม ในนัดแรกที่โอลด์แทร์ฟฟอร์ดเสมอกัน 2-2 ปีศาจแดงได้ประตูจากมาร์ค ฮิวจ์ และลี ชาร์ป ส่วนบาร์ซ่าได้จาก โรมาริโอ และ โฮเซ่ มาเรีย บาเกโร่ ในนัดที่สองที่บาร์ซ่าเปิดบ้านคัมพ์ นู เป็น เจ้าถิ่นที่สร้างฝันร้ายให้แขมป์จากอังกฤษ สตอยคอร์ฟเหมาสอง โรมาริโอ หนึ่ง และอีกหนึ่งจากอัลเบิร์ต เฟอเรร์ นัดนี้ป๋าเฟอร์กี้ทำกองเชียร์ผีแดงงไปตามๆกันเมื่อไม่ส่งปีเตอร์ ชไมเคิ่ลลงเป็นผู้รักษาประตู แม้จะอ้างว่าในช่วงเวลานั้นมีกฎให้นักเตะต่างชาติลงได้ 3 คนก็ตาม แต่เจอดรีมทีมแล้วไม่เอาสุดยอดโกลล์แห่งยุคลงได้อย่างไร